เทศน์พระ

กินปลา

๓ มี.ค. ๒๕๖๙

กินปลา

พระอาจารย์สงบ มนสฺสนฺโต

 

เทศน์พระ วันที่ ๓ มีนาคม ๒๕๖๙

ณ วัดป่าสันติพุทธาราม (วัดป่าเขาแดงใหญ่ ) ต.หนองกวาง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี

 

ตั้งใจฟังธรรมะ วันนี้วันสำคัญทางพระพุทธศาสนานะ วันพระวันโกนก็เป็นวันออกศึกอยู่แล้ว ยิ่งเป็นวันมาฆบูชา เวลาครูบาอาจารย์อยู่ป่าอยู่เขา เนสัชชิกเลย นั่งถวายองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เดินจงกรมถวายพระธรรม อดนอนถวายพระสงฆ์ ถวายพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ด้วยความเพียรของเรา

ถ้าด้วยความเพียรของเรา ทำความเพียร ความวิริยะ ความอุตสาหะในวันพระวันโกน วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ๒๔ ชั่วโมงเลย ปฏิบัติบูชาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นพระอรหันต์

นี่ไง เวลายสะๆ ที่นี่เดือดร้อนหนอ ที่นี่วุ่นวายหนอ

เดือดร้อนมาก มีปราสาท ๓ หลังเหมือนกัน ลูกชายคนเดียว ลูกเศรษฐี

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเดินจงกรมอยู่นะ ยสะ ที่นี่ไม่เดือดร้อน ที่นี่ไม่วุ่นวาย”

ที่นี่มีแต่ความสงบสงัดไง องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเดินจงกรม

เวลาอชาตศัตรูฆ่าพ่อ อำมาตย์ทุกคนก็จะพาไปหาอาจารย์ของตนเพื่อจะปลดทุกข์ ใครก็เอาไม่อยู่ทั้งนั้นน่ะ หมอชีวกโกมารภัจจ์ชวนไปหาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า อยู่ในป่า เวลาไปนะ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเดินจงกรมอยู่ อชาตศัตรูคิดว่าหมอชีวกจะลวงมาฆ่า ชักดาบจะฆ่าหมอชีวกเลยล่ะ

“นู่น พระพุทธเจ้าเดินจงกรมอยู่”

ผู้ที่มีวิหารธรรมเขามีความสงบสุขในใจของเขา

สิ่งที่ว่าวันพระวันโกนไง เราจะปฏิบัติบูชาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เราคนขี้ทุกข์ขี้ยากนี่แหละ มันทุกข์มันยากขนาดไหน เราก็พยายามจะมีสติสัมปชัญญะควบคุมดูแลหัวใจของตนให้ได้ ไม่มีนวกรรม ไม่มีการกระทำ มันจะเอาศีล สมาธิ ปัญญามาจากไหน สิ่งที่ได้มาๆ จินตนาการทั้งนั้น มารมันให้น่ะ กิเลสมันสร้างให้ แล้วก็พอใจ พอใจอยู่ใต้อำนาจกิเลสนั่นแหละ

วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ให้มันตื่นตัวขึ้นมา สิ่งที่จมปลักอยู่กับกิเลสนั่นน่ะ ถ้ามันมีสติมีปัญญา สิ่งที่ปฏิบัติมาแล้วก็คือปฏิบัติมาแล้วไง ทดสอบได้ ตรวจสอบได้ จริงหรือไม่จริง

ถ้ามันเป็นจริงเป็นจังขึ้นมา เห็นไหม ต้นไม้ไม่รดน้ำพรวนดิน ไม่รดน้ำมันนะ ไม่ให้ปุ๋ยก็ตาย ต้นไม้พลาสติกมันไม่เคยตายนะ มันอยู่ในกระถาง โอ้โฮ! สวยงามมาก มันไม่มีชีวิต มันเป็นพลาสติก มันเป็นจินตนาการ มันเป็นภาคทฤษฎี ลืมก็ไปเปิดตำราได้ แต่ถ้าเป็นสิ่งมีชีวิตมันตาย

สิ่งที่เราฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมาถ้าเป็นข้อเท็จจริงขึ้นมา ถ้าเป็นข้อเท็จจริงขึ้นมา มันมีเจริญแล้วเสื่อม

คนเรานะ จิตที่เวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะ การเกิด การแก่ การเจ็บ การตายเป็นเรื่องธรรมดา แล้วก็เกิดก็ตายอยู่อย่างนี้ แล้วฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมาก็ให้มันเกิดตายโดยอารมณ์มันเอง ให้เป็นธรรมชาติ

ไม่มีสติไม่มีปัญญาไง

ถ้ามีสติปัญญานะ เราต้องมีชำนาญในวสี การดูแลรักษา รักษาให้ศรัทธาของเราจากศรัทธาเป็นอจลศรัทธา ทำความสงบสุขของเราได้ ยกขึ้นสู่วิปัสสนา ศีล สมาธิ ปัญญา ปัญญาๆ ปัญญาภาคปฏิบัติ ปัญญามันเกิดจากสมาธิเป็นพื้นฐาน เป็นสมถกรรมฐาน

เราเกิดในสุวรรณภูมิ เกิดในประเทศอันอุดมสมบูรณ์นะ ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว เวลาในนามีข้าวๆ เห็นไหม แต่ก่อนคนเรายังทำการเกษตรกรรมไม่เป็น หาของป่าทั้งนั้นน่ะ ล่าสัตว์เพื่อดำรงชีวิต เริ่มต้นขึ้นมารู้จักทำไร่ไถนา พอทำไร่ไถนาขึ้นมาก็เป็นชุมชนขึ้นมา

พอเป็นชุมชนขึ้นมา ดูสิ ชาวนาในเมืองไทยอย่างน้อยก็ต้องมียุ้งมีเกวียนมีข้าวไว้กิน อย่างน้อยก็ทำนา ทำไร่ไถ่นาของเราเก็บไว้เป็นอาหาร

นี่ไง กินข้าว เวลามันเจริญงอกงามขึ้นมาในพระพุทธศาสนาไง วิปัสสนาๆ เห็นไหม กินข้าวกินปลา

ชาวนาเขาทำไร่ไถนาขึ้นมาเพื่อมีอาหาร มีข้าวเอาไว้กินดำรงชีวิต

ชาวประมงๆ เขาหาปลาของเขา นี่ไง เวลาหาปลาของเขา ถ้ากินข้าวมันก็ต้องมีอาหาร มีข้าวมีอาหาร สมถกรรมฐาน วิปัสสนากรรมฐาน นี่กินข้าวกินปลา

ปลาอยู่ไหน ปลาตะเพียนเขาไว้หลอกเด็ก แขวนไว้บนแปลไง เด็กมันนอนอยู่มันก็เห็นปลาตะเพียน นั่นมันเครื่องจักรสาน เขาใช้ใบตาลสานมานะ นั่นน่ะปลาตะเพียนพลาสติก

ถ้าเป็นจริงเป็นจังขึ้นมา เราชาวประมง เขาออกเรือ เขาหาปลาของเขา หาปลาของเขา ดูท่าเรือสิ เวลาเรือมันเข้าเทียบท่า โอ้โฮ! ชุลมุนชุลเกไปหมดเลยน่ะ ปลาตัวเล็ก ปลาตัวใหญ่ ปลาสด ปลาอะไร ปลาหมึก โอ๋ย! มีแต่ปลาๆๆ ถ้าเขาทำได้

ไอ้เราก็ได้ฟังมาตลอด จินตนาการเอา อิ่มท้อง กินปั๊บ กินข้าวกินปลา

เอาที่ไหนมากิน เอาข้อเท็จจริงมาจากไหน

ปฏิบัติ ปฏิเวธ ปฏิเวธ

ปฏิเวธ รู้แจ้งเห็นจริงในหัวใจของตน ถ้ามันเป็นสัจจะเป็นความจริงขึ้นมาในหัวใจของตน เห็นไหม

เวลาโลกมันเจริญๆ ดูอาหารสิ เวลาเขาประกวดกันน่ะ เหรียญทอง รสชาตินะ เวลาคนมันทุกข์มันยากขึ้นมา อะไรก็ได้ เวลาคนมันขาดมันแคลนขึ้นมานะ น้ำเปล่าๆ ขอให้ได้ดื่มกินเพื่อดำรงชีวิตไว้เท่านั้นน่ะ เวลาอดอาหารๆ ๗ วัน ๑๕ วันสบายๆ เลย อดน้ำตายหมดล่ะ น้ำเราต้องมีดื่มไว้เลี้ยงตัวเองไว้ตลอดเวลาไม่ให้ขาดน้ำ นี่กินข้าวกินปลา

เราก็เหมือนกัน เราฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมา อย่างน้อยขึ้นมา ชาวนาเขาก็ต้องมีที่นาของตน

นี่เหมือนกัน เราฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมา วันสำคัญทางพระพุทธศาสนาไง ทำสมาธิได้มันก็มีพออยู่พอกินไง เวลาทำความสงบสุขนั่นแหละ ไอ้ที่ว่าภาวนาๆ อย่างน้อยมันก็สงบสุขขึ้นมา ถ้ามันสงบสุขขึ้นมา ถ้ามีอำนาจวาสนา รักษามันไว้

เรื่องอารมณ์โลกๆ เวลามันทุกข์มันยาก เวลาโดนกิเลสมันบีบมันคั้น เวลาสังคมเสียดสีขึ้นมามันทุกข์มันยาก มันเจียนตาย เวลามันปล่อยวางได้ๆ นั่นน่ะพอมันปล่อยวางได้ ปล่อยวางได้เพราะอะไร เพราะความทุกข์ความยากมันบีบคั้นของมันขึ้นมา

เวลาเราฝึกหัดปฏิบัติ มันมีอะไรมาบีบมาคั้นล่ะ

เวลามันบีบมันคั้นขึ้นมามันก็เครียดของมัน เราก็พุทโธๆ ของเรา ฝึกหัดปฏิบัติของเราขึ้นมา เวลาฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมา ถ้ามันสงบระงับได้บ้าง สงบระงับได้บ้างมันได้เป็นครั้งเป็นคราวไง แล้วเวลาฝึกหัดปฏิบัติเกือบตายแล้วมันไม่ได้ไง

ทำไมเดี๋ยวมันได้ เดี๋ยวมันไม่ได้ล่ะ

เวลามันได้ขึ้นมาก็อยากได้อย่างนั้นอีกไง กิเลสก็ซ้อนกิเลสขึ้นมาไง

แต่เราฝึกหัดปฏิบัติของเราด้วยความชำนาญ ชำนาญในวสี เราทำสิ่งใดก็ได้ กิเลสมันไม่เท่าทัน ตามความคิดรู้สึกนึกคิดเราไม่ทัน เห็นไหม

แต่นี่มันอยู่ใต้อำนาจกิเลสไง กิเลสมันจัดให้ กิเลสมันเขียนโปรแกรมให้หมด แล้วเราก็เดินตามมันต้อยๆๆ ไม่มีสิ่งใดเป็นชิ้นเป็นอันขึ้นมาเป็นข้อเท็จจริงเลย

ถ้าจะเป็นข้อเท็จจริงของเราบ้างไง เราบ้าง คำว่า บ้าง มันมีบ้างเป็นครั้งเป็นคราว ไอ้ไม่มีบ้างเลย ปฏิบัติเกือบตาย คนนู้นก็มีศีลมีสมาธิ คนนั้นก็มีปัญญา เวลาคุยธรรมะกัน ไอ้เราก็ตื่นตานะ โอ้โฮ! เฮ้ย! กูไม่เคยเห็นอย่างนี้เลย กูไม่เคยเป็นอย่างนี้เลย

เวลามันเป็นขึ้นมา เห็นไหม เวลาครูบาอาจารย์นะ เวลาเขาคุยธรรมะกัน ถ้าคนที่มีวุฒิภาวะนะ มันไม่กล้าคุย เวลาคนจริงมามันหนีหมดน่ะ เพราะมันพูดมาของเท็จทั้งนั้นน่ะ ถ้ามันจริง มันจริงอย่างไร

นี่ก็เหมือนกัน มันมีบ้างน่ะ บ้าง มันเคยได้สัมผัสบ้าง ได้ลูบได้คลำ ได้เห็นข้อเท็จจริงในหัวใจของตนบ้าง แต่มันตั้งมั่นไหม มันเป็นความจริงไหม ถ้ามันไม่เป็นความจริง มันเป็นไปได้อย่างไร

เหมือนเราทาธุรกิจ เขาไม่มีทุนอย่างนี้ เขาจะลงทุนอะไร คนที่เขามีทุนนะ เขากว้านซื้อหมดเลย เขาครอบงำประเทศได้เลย ไอ้เราสลึงก็ไม่มี ได้แต่มองเขาตาปริบๆ ประชาธิปไตยๆ มันไม่สิทธิเสรีภาพ มันไม่เสมอกัน

บุญบาปเสมอกันตรงไหน แข่งอำนาจวาสนาไปแข่งกับใคร แข่งเรือแข่งพายแข่งได้นะ แข่งเรือแข่งพายเขาจัดเป็นประเพณีเลย ชิงถ้วย แข่งวาสนาแข่งอย่างไร แล้ววาสนาของใคร

ถ้ามีวาสนามันคิดได้ วาสนานี่มันคิดของมันได้ มันเห็นโทษของมันได้ แล้วมันคอตกไง เศร้าใจไง เศร้าใจนี่แค่รู้ได้นะ แล้วถ้าให้ทำได้ล่ะ ทำได้อีกเรื่องหนึ่งเลย

รู้ได้มันก็แค่เริ่มต้น แค่มีสามัญสำนึก เออ! เราก็คนเหมือนกัน เขาก็คน เราก็คน ทำไมเขาทำได้ ทำไมเราทำไม่ได้ นี่แค่รู้เท่าไง แล้วเราจะทำให้มันได้อะไร เราจะทำให้ได้ มันก็พยายามของเราสิ

นี่ไง วันนี้วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ชาวพุทธๆ เราไปวัดไปวาสร้างบุญสร้างกุศลของเขา

สร้างบุญสร้างกุศลของเขาตรงไหน

ตรงที่เขายังเป็นคนไง ตรงที่เขายังมีชีวิตไง คนตายไปแล้วไปทำที่ไหน คนตายไปแล้วก็ได้แต่นั่งมองเขา เขาไปวัดไปวากันก็ “อุทิศส่วนกุศลให้บ้างนะ”

เวลาสัตว์เดรัจฉานมันก็เป็นสิ่งมีชีวิต มันก็คิดได้ไง มันเห็นคนทำคุณงามความดีกัน เห็นคนที่เมตตาต่อกัน มันเห็นแล้วมันอยากเป็นอย่างนั้นแต่มันเป็นไม่ได้ เพราะมันเป็นสัตว์

นี่เหมือนกัน เวลาคนมันตายไปแล้วมันก็ได้แต่ดูเขานั่นน่ะ จิตวิญญาณมันเห็นหมดน่ะ เทวดา อินทร์ พรหมเขารู้ความคิดมนุษย์หมดล่ะ เขารังเกียจด้วย เหม็น มันกะล่อนปลิ้นปล้อนตลอดเวลา เทวดาคิดอย่างไร พูดอย่างไร เป็นอย่างนั้นน่ะ เพราะมันรู้เท่ากันหมด เพราะว่าอะไร เพราะผลของวัฏฏะไง

ถ้ามันคิดได้บ้าง มันทำได้บ้าง แล้วมันฝึกหัดของมันขึ้นมาให้เป็นข้อเท็จจริงของมัน นี่มันมีข้าวกินไง ข้าวกินแล้วมันจืดมันชืด สมถกรรมฐาน สมถกรรมฐานให้มันเป็นเถอะ ไม่เป็นด้วย ถ้ามันเป็นขึ้นมา ติดอีก

สมาธิแก้กิเลสไม่ได้ อ้าว! ก็พระพุทธศาสนาสอนให้ปล่อยวาง ตอนนี้ก็ปล่อยวางหมด รู้เท่าหมดเลย แล้วอย่างไรต่อ

เขาต้องมีปลาด้วย กินข้าวกินปลา สุวรรณภูมิ เขากินข้าวกินปลา มีข้าวแล้วก็มีปลา จะแกงปลาอะไรล่ะ นี่ไง ยกขึ้นสู่วิปัสสนาได้ไง มันก็ไปของมันได้ไง

กินแต่ข้าว กินไม่ลง ติดคอ กินได้แค่นี้ แต่ถ้าเป็นยุคเป็นสมัยนะ ไม่มีข้าวกินมันก็ทุกข์เจียนตาย ถ้ามีข้าวกินก็ โอ้โฮ! ชื่นชมมาก รสหวาน กลิ่นหอม แหม! ข้าวพันธุ์สิ่งที่ว่าสายพันธุ์มันมีชื่อเสียง

เวลาคนที่ไม่มีมันก็ทุกข์มันก็ยาก พอมีขึ้นมามันก็ติดของมัน เห็นไหม

แต่มันเวลามันเจริญขึ้นมา เขามีปลา เขามีอาหารที่มีคุณภาพ โดยเป็นวัฒนธรรมของเขาไป กินข้าวกินปลาๆ

เวลาทำความสงบของใจเข้ามาได้ สมถกรรมฐาน วิปัสสนากรรมฐาน ถ้ายกขึ้นสู่วิปัสสนาได้มันเป็นสัจจะ เป็นข้อเท็จจริง มันเป็นธรรมไง

เป็นธรรมที่ไหน

เป็นธรรมเพราะมนุษย์มีขา ๒ ขาไง เวลามี ๒ ขาก้าวเดินไปพร้อมกันไง ขาใดขาหนึ่งพิการไป มันก็กระโดดไปอย่างนั้นไง

นี่ก็เหมือนกัน ถ้ามันเป็นข้อเท็จจริง มันไม่มัชฌิมาปฏิปทา มันไม่สมดุล มันเป็นมรรคเป็นผลไปไม่ได้

เวลาจะทำคุณงามความดี บุญและบาป มนุษย์ก็ทำได้ เทวดา อินทร์ พรหมก็ทำได้ สัตว์นรกก็ทำได้ แต่พวกสัตว์นรกเขาจะไม่มีโอกาสได้บรรลุธรรม เขาจะเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะเกิดมรรคขึ้นมา

ดำริชอบ งานชอบ ชอบธรรม ความชอบธรรมของเขาไง เริ่มแต่ความชอบธรรม เห็นไหม

นี่เหมือนกัน ประชาธิปไตยๆ เท่าเทียมกัน ทุกคนปฏิบัติได้เหมือนกัน

ทำสมาธิไม่เป็น ประชาธิปไตยตรงไหนวะ ประชาธิปไตย ข้อเท็จจริงในพระพุทธศาสนา ทุกข์ เหตุให้เกิดทุกข์ ทุกข์ดับ วิธีการดับทุกข์ด้วยความสมบูรณ์แบบของเขา

เวลาเทศน์ธัมมจักฯ ขึ้นมา สิ่งใดสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นในหัวใจของพระอัญญาโกณฑัญญะ สิ่งใดสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นขึ้นมา สิ่งใดสิ่งหนึ่งเกิดขึ้น สิ่งทั้งหลายทั้งปวงต้องดับเป็นธรรมดา ด้วยมรรค ๘ พระอัสสชิ พระมหานามะ ปัญจวัคคีย์ทั้ง ๕ ยังไม่มี ยังเกิดขึ้นไม่ได้

ประชาธิปไตย ประชาธิปไตยของใคร ประชาธิปไตยมันมีเหตุมีผลขึ้นมาตรงไหน

ถ้ามีเหตุมีผลขึ้นมาต้องมัคโค ทางสายเอก ทางสายกลางในพระพุทธศาสนา ผู้นั้นต้องรู้จริงเห็นจริงขึ้นมา อริยสัจมีหนึ่งเดียว เหมือนกันหมด จะพิจารณากาย พิจารณาเวทนา พิจารณาจิต พิจารณาธรรม เวลามันเหมือนกัน สักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาส กายเป็นกาย จิตเป็นจิต ทุกข์เป็นทุกข์ เวลาสังโยชน์มันขาด เวลาขณะ นิโรธ ดับทุกข์นี่ กิเลสมันขาดไปต่อหน้า ยถาภูตํ เกิดญาณทัสสนะ เกิดความรู้จริง เกิดข้อเท็จจริงขึ้นมาในใจ

เกิดข้อเท็จจริงตรงไหน

จิตที่เวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะเท่ากัน เหมือนกัน งงเหมือนกันหมด จะคนมั่งมีศรีสุขทุกข์จนเข็ญใจก็ไม่รู้ เวลานิโรธ เวลามันดับ สังโยชน์มันขาดดั่งแขนขาด สิ่งที่ขาดไปจากจิต เกิดอย่างมากอีก ๗ ชาติ ทำไมรู้ล่ะ ทำไมนางวิสาขาเกิดอีก ๗ ชาติ ถ้าจะเกิดอีก แล้วต้องเกิดอีกแน่นอนถ้าพระโสดาบัน ถ้าพระโสดาบันข้อเท็จจริงนี่ไง อริยสัจมีหนึ่งเดียวนี่ไง

พระโสดาบันเป็นอย่างไร พระสกิทาคามีเป็นอย่างไร พระอนาคามีเป็นอย่างไร พระอรหันต์น่ะหันตรงไหน หันตามข้อเท็จจริง หันจนกิเลสเท่าทันไม่ได้หรือจะหันลงนรก จะหันไปไหน มีข้าวมีปลาตรงไหน

กินข้าวกินปลา แต่ไม่มีข้าวไม่มีปลาเลย ก็เข้าร้านอาหาร เดี๋ยวนี้สั่งออนไลน์ได้ ไม่ต้องทำอะไร ส่งถึงบ้าน ไอ้นี่มันเป็นความเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง เลี้ยงปากเลี้ยงท้อง มีเงินจ่ายเขาหรือเปล่า เวลามีเงินจ่ายแล้วยังคดยังโกงกันไง เวลาไรเดอร์มันมาส่ง มันกินไปครึ่งหนึ่ง มันมาส่งเราครึ่งหนึ่งไง มันเก็บไว้จนบูดจนเน่าแล้วมันค่อยมาส่งเราไง แล้วถ้ามันจะไม่ส่ง มันเป็นธุรกิจ มันเป็นเรื่องวงจรของธุรกิจ เป็นเรื่องของโลกไปทั้งสิ้นไง แล้วนี่ภาคทฤษฎีไง ปริยัติไง จะเปรียบเทียบอย่างไรก็ได้ไง

ถ้าเป็นข้อเท็จจริงขึ้นมา เห็นไหม ปัจจัตตัง สันทิฏฐิโกไง อตฺตา หิ อตฺตาโน นาโถ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ตนเท่านั้นที่รู้ที่เห็นไง แล้วตนที่ไม่รู้ไม่เห็นขึ้นมามันจะชำระล้างกิเลสตรงไหน ไม่รู้จักตัวจักตน ไม่รู้จักเรา ไม่รู้จักสมาธิ ไม่เป็นสมาธิ ไม่รู้จักภาวนามยปัญญา สุตมยปัญญา จินตมยปัญญา ปัญญามันเป็นอย่างไร

เวลามีความรู้สึกนึกคิด มีอารมณ์เกิดขึ้น

อารมณ์ อารมณ์ของคนมันเกิดดับ หยาบละเอียดด้วย เกิดบ่อยๆ เข้าไปจินตนาการได้ลึกซึ้ง

อารมณ์ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย

เวลาดีขึ้นมา โอ้โฮ! กูเป็นพระอรหันต์นะมึง เวลามันร้ายขึ้นมา โอ้โฮ! หัวทิ่มภูเขาเลย ทุกข์เจียนตาย ทุกข์เป็นอริยสัจ ทุกข์เป็นความจริง เพราะอะไร เพราะสังโยชน์ ๑๐ เครื่องร้อยรัดมันรัดไว้

แล้วถ้ากินข้าวกินปลาล่ะ กินข้าวก็มีความสงบสุข มีอิ่มปากอิ่มท้อง แต่เจริญอาหารไหม แล้วเป็นสากลไหม ถ้าเป็นสากล เขากินอะไรกัน เขาทำอะไรกัน โลกนี้เจริญอย่างไร

ข้าวปลาอาหาร ดำริชอบ งานชอบ เพียรชอบ ดำริชอบมันชอบธรรมทั้งนั้นน่ะ ชอบธรรมที่มันพอใจ ชอบธรรมที่มึงรู้ได้แค่นี้ไง พอความรู้มันเกิดขึ้น อ้าว! เฮ้ย! ยังไปได้ต่อนี่หว่า พอเจริญไป อ้าว! มันยังไปได้อีก อ้าว! กิเลสอย่างกลาง กิเลสอย่างหยาบ กิเลสอย่างกลาง กิเลสอย่างละเอียด กิเลสอย่างละเอียดสุด มันยังอ้าว! อ้าว! อ้าว! ไปเรื่อย แล้วกิเลสอยู่ไหน

อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา

อวิชชาคือความไม่รู้ ไม่รู้อยู่ที่จิตของเรานี้ ฐีติจิต หลวงปู่มั่นบอก อวิชชา บ้านของมันอยู่ที่ฐีติจิต จิตเดิมแท้ของสิ่งมีชีวิตทั้งหมด พญามารมันถึงร้ายกาจไง ใครจะพ้นจากมือมันไปมันไม่ยอมเด็ดขาด

แม้แต่พระอรหันต์ในสมัยพุทธกาลนิพพาน โอ๋ย! มารมันขุดมันคุ้ยค้นคว้าไปทั่ว

อยู่ในพระไตรปิฎก องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า “มาร มารไม่ต้องหา ไม่มีร่องรอย”

เพราะทำลายภวาสวะ ทำลายภพ ภพไม่มี

ภพที่ไหน

ภพที่ใจดวงนั้น ภพที่จุดเริ่มต้น จุดและต่อมไง

แสงไง แสงสว่างๆ สว่างมันเกิดจากอะไร พระอาทิตย์หรือ เกิดจากจิตทั้งนั้นน่ะ แล้วจิตโง่ด้วย มันถึงออกไปเห็นไง

ถ้าจิตฉลาดนะ เขาดึงไว้ เขาน้อมไว้ กลับเข้าไปสู่จิตของตน ดับหมดครับ

แสงอะไร แสง แสงสว่างเดี๋ยวก็มืด ที่ไหนมืด ที่ไหนจุดไฟขึ้นมันก็สว่าง แล้วมันก็เกิดดับอยู่อย่างนั้น แล้วเอ็งได้อะไร

แต่ถ้าเอ็งเข้าไปสู่ใจของตน เออ! สว่าง เราก็รู้ว่าสว่าง สว่างเพราะเรารู้เราเห็นด้วยอำนาจวาสนา ถ้ามันสงบระงับโดยสติสัมปชัญญะสมบูรณ์แบบ นี่ก็คือพลังงานของเรา นี่ก็คือตัวตนของตนไง อตฺตา หิ อตฺตาโน นาโถไง ตนจะเป็นที่พึ่งแห่งตนไง แล้วถ้ามันยกขึ้นสู่วิปัสสนา กินข้าวกินปลา ถ้ามีข้าวในจาน เอาปลาโปะหน้า เห็นไหม

ในจานก็ไม่มี ข้าวก็ไม่มี แล้วมันจะเอาปลามาจากไหน

โดยประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม มนุษย์มาจากไหน มนุษย์เกิดขึ้นมาแล้วอยู่อย่างไร กินอย่างไร แสวงหา ตั้งแต่หาของป่า ตั้งแต่ทำเกษตรกรรมได้ พอทำเกษตรกรรมขึ้นมาได้ ถ้าที่ไหนไม่อุดมสมบูรณ์ เขาก็เก็บอาหารเขาไว้ด้วยการถนอมอาหาร เอาไว้กินไง แต่ประเทศที่เจริญ ประเทศที่สมบูรณ์ ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว ทำนาขึ้นมา ข้าวอยู่ในยุ้ง ปลาก็จับเอาแต่ในแหล่งน้ำเยอะแยะไปหมดน่ะ ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว

ถ้าฝึกหัดเป็น ปฏิบัติเป็นขึ้นมา สมาธิจะเสื่อมไปไหน

สมาธิเจริญแล้วเสื่อมๆ นะ คนที่ฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมา เหมือนผู้ฝึกงาน ฝึกงานทำงานไม่เป็น ก็ฝึกงานทำงานให้เป็น คนที่ทำงานเป็นแล้วนะ เขาควบคุมดูแล เขาบริหารจัดการได้หมดล่ะ

นี่เหมือนกัน ถ้าสิ่งใดที่เป็นสมถะ สมาธิเป็นบาทเป็นฐาน เป็นพื้นฐาน นี่ไง ถ้ามีสมาธิขึ้นมา ถ้าฝึกหัดวิปัสสนา มันมีข้าวมีปลา

พอมีปลาขึ้นมา วิปัสสนามันเกิดจากอะไร เริ่มต้น สมุฏฐานของวิปัสสนาจะเกิดขึ้น เกิดขึ้นได้อย่างไร เวลามันเกิดขึ้น เรานี่แหละเป็นผู้ที่ฝึกหัดปฏิบัติ เราจะรู้ของเรา

จะรู้ของเราตรงไหน

เพราะสรรพสิ่งในโลกนี้ สพฺเพ ธมฺมา อนตฺตา มันต้องเกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วดับไป มันต้องเสื่อม มันต้องมีความเจริญงอกงามขึ้นมาจากความเพียร ความวิริยะ ความอุตสาหะ

เวลาเราฝึกหัดปฏิบัติขึ้นไป เราทดสอบของเรา มีการกระทำ มันมีกิเลสเจือปนเข้ามา มีสมุทัยเจือปนเข้ามา คือมีพญามารคือความไม่รู้เจือปนเข้ามาในการปฏิบัติไง มันก็ล้มลุกคลุกคลานทั้งนั่นน่ะ มันจะฝึกหัดจนกว่ามันจะคล่องตัวขึ้นมาได้ไง นี่ไง มัชฌิมาปฏิปทา ทางสายกลางในพระพุทธศาสนาไง

อัตตกิลมถานุโยค เราฝึกหัดปฏิบัติแล้วเราก็จะมัด จะผูกมัด จะจับจองว่าจะเป็นของเราๆ อัตตกิลมถานุโยค

กามสุขัลลิกานุโยคนะ ไม่ทำอะไรเลย ลอยชายเลย บรรลุธรรมๆ มันเอามาจากไหน

มัชฌิมาปฏิปทา ทางสายกลางในพระพุทธศาสนา

กินข้าวกินปลา เวลาจะหาข้าวขึ้นมาต้องมีที่นา ต้องฝึกหัดทำนาขึ้นมา ทำนาขึ้นมาแล้วต้องรู้จักสี รู้จักทะนุถนอมอาหาร นี่กินข้าว

เวลากินปลาๆ ชาวประมงเขาจะจับปลาของเขา เวลาได้ปลามาจะทำอาหารอะไร จะทำอย่างไร

นี่ก็เหมือนกัน เวลาฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมา เราฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมา สิ่งใดที่มันเป็นข้อเท็จจริงหรือไม่เป็นข้อเท็จจริง ถ้าเป็นข้อเท็จจริงขึ้นมา เป็นข้อเท็จจริงมันก็อยู่กับเราชั่วคราวๆ สพฺเพ ธมฺมา อนตฺตา ธรรมทั้งหลายเป็นอนัตตาทั้งนั้นน่ะ

พลังงาน ปัญญา มันเอาอะไรการันตรีว่ามันจะมั่นคงยั่งยืนตลอดไป แล้วถ้ามันเกิดขึ้น มันเกิดขึ้นจากความสามารถ เกิดขึ้นจากการทดสอบ เกิดขึ้นจากการพิจารณาของเรา

ถ้าเป็นวิทยาศาสตร์เกิดจากวิจัย การวิจัยมันต้องทำวิจัย วิจัยแล้วมันวิจัยขึ้นมา วิจัยในทางวิทยาศาสตร์ วิจัยในสสาร วิจัยในทางโลก

ถ้าเป็นทางธรรมๆ ภาวนามยปัญญา สิ่งที่จะวิเคราะห์วิจัยขึ้นมา จะเป็นข้าวปลาอาหาร จะเป็นข้อเท็จจริง ข้อเท็จจริงจากไหน ข้อเท็จจริงจากฝึกหัวใจของตนไง

วันนี้วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา วันสำคัญทางพระพุทธศาสนาเพราะอะไร เพราะพระอรหันต์ ๑,๒๕๐ องค์ทำวิจัยฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมาตามข้อเท็จจริง องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นคนควบคุม คุ้มครอง คอยป้อนข้อมูล แล้วคอยถนอมดูแล จนเป็นพระอรหันต์หมดเลย

วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา สำคัญจากไหน

สำคัญจากองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้ธรรมด้วยอำนาจวาสนาบารมี อบรมบ่มเพาะขึ้นมา เห็นไหม ผู้ที่ขี้ทุกข์ขี้ยาก พระอรหันต์ ๑,๒๕๐ องค์ไง ชฎิล ๓ พี่น้องไง บูชาไฟอยู่นั่นไง ยสะ ที่นี่เดือนร้อนหนอ ที่นี่วุ่นวายหนอไง นี่ไง ๑,๒๕๐ องค์ไง สิ่งที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นผู้ที่อบรมเอง ผู้อบรมบ่มเพาะเอง บวชให้เอง อบรมให้เองจนเป็นพระอรหันต์ทั้งหมดไง

แล้วเราเกิดเป็นมนุษย์พบพระพุทธศาสนา มีหลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่นท่านฝึกหัดปฏิบัติของท่านขึ้นมาจนเป็นข้อเท็จจริงของท่าน ท่านวางข้อวัตรปฏิบัติไว้

คำว่า ข้อวัตร” คือแนวทางที่จะเข้าไปสู่ใจของตน

ไม่ใช่แนวทางมีสติมีปัญญาทำวิจัย มีความรู้ ทำวิจัยแล้ว แล้วจะเสนอโครงการ ไม่มี

รู้ใจของตัว รู้ใจของตัว

นี่จะฟื้นฟูศาสนา ฟื้นฟูหัวใจดวงนี้ พิจารณา ฝึกหัดกระทำขึ้นมาตามข้อเท็จจริงในใจดวงนี้ ถ้าตามข้อเท็จจริงในใจดวงนี้ เห็นไหม สมถกรรมฐานมีความสงบสุข มีอาหารมีข้าวไว้กิน มีข้าวไว้กินแล้วเจริญแล้วเสื่อม เสื่อมแล้วเจริญอยู่อย่างนั้น

กินข้าวกินปลา เพราะสุวรรณภูมิเป็นแผ่นดินธรรมแผ่นดินทอง แล้ววิเคราะห์วิจัยขึ้นมาในหัวใจของตน ข้าวปลาอาหาร มรรค ๘ ดำริชอบ งานชอบ เพียรชอบ ความชอบธรรม ความชอบธรรมจากการวิจัย การฝึกหัด การปฏิบัติเป็นภาวนามยปัญญา

แล้วถ้าฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมา แล้วเวลามันเห็นปัญญามันเคลื่อนน่ะ เห็นจักรมันเคลื่อน มันจะมหัศจรรย์มากๆ มหัศจรรย์ แล้วมหัศจรรย์พูดให้ใครฟังไม่ได้ด้วย เพราะอะไร

เพราะก่อนหน้าที่ไม่รู้พูดไปมันก็ครึ่งๆ กลางๆ เขาก็ว่าบ้าอยู่แล้ว เวลาเกิดภาวนามยปัญญาขึ้นมาเป็นข้อเท็จจริง อยากจะพูดให้เขารู้อีกว่า อันนั้นมันไม่จริง อันนี้มันจริง ยิ่งพูดยิ่งบ้าเข้าไปใหญ่เลย บ้า ๒ ชั้น

บ้าด้วยอารมณ์ บ้าด้วยจินตนาการ ก็บ้าแบบโลกๆ เวลาเกิดภาวนามยปัญญาจะพูดให้ใครฟัง มันบ้า ๒ ชั้น

หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่นเวลาท่านปฏิบัติขึ้นมา ท่านรอสัทธิวิหาริก ภาวนาได้ไหม ถ้าภาวนาได้เขามีข้าว เขามีสัมมาสมาธิ พูดกันรู้เรื่องแล้วล่ะ เพราะอะไร

เพราะในจานมีข้าว แต่ยังไม่มีปลา พอทำสมาธิได้ ในจานเขามีข้าว แล้วจะเอาปลาที่ไหนมาโปะล่ะ จะเอาปลาดิบหรือปลาสุกล่ะ ยกขึ้นสู่วิปัสสนาเป็นหรือไม่เป็น

เขารอให้สัทธิวิหาริกทำได้ ทำเป็น ทำได้ ทำเป็น มันก็พูดภาษาเดียวกัน เวลาพูดมา เออ! ใช่ เอ๊อะ! เอ๊อะ! เอ๊อะ!

แต่ก่อนพูด เถียงฉอดๆๆ เลยล่ะ เพราะอะไร เพราะข้าวปลาอาหารกูอุดมสมบูรณ์ ครูบาอาจารย์ไม่ต้องมาสอน อยู่โดยปกติสุข ข้าวปลาอาหารมีมากมาย จะต้องไปหาข้าวปลาที่ไหนอีก ไปหาข้าวหาปลาโดยตรากตรำ โดยเหงื่อไหลไคลย้อย ใครจะทำ

ไอ้ข้าวที่เขามีๆ น่ะไม่ใช่ของมึง มันของสาธารณะ มันของโลกไว้เลี้ยงปากเลี้ยงท้อง

จิตที่เวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะขี้ทุกข์ขี้ยาก แล้วไม่มีสมบัติสิ่งใดเป็นของตน ชาวพุทธมีบุญและบาปเป็นสมบัติของตน นักปฏิบัติขึ้นมา พระไม่ทรงศีลทรงธรรมใครจะทรง

สิ่งที่จะทรงศีลทรงธรรมขึ้นมา ฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมาจนทำได้ สมาธิเป็นสมาธิ ไม่มีสมาธิ ปัญญาเกิดไม่ได้

หลวงตาพระมหาบัว หลวงปู่เจี๊ยะท่านพูด พูดประจำ สมาธิมันยังทำไม่เป็น”

มันยังไม่มีข้าว มันไม่มีจานและไม่มีข้าว แล้วปลาที่จะมาโปะบนข้าวไปเอามาจากไหน แล้วจะเอาที่ไหน แล้วมันทำไม่ได้

ถ้าเราพูดไปมันก็ติ เอาเปรียบ ลำเอียง ไม่ยอมรับอะไรทั้งนั้น อะไรๆ ก็ต้องสมุจเฉทปหานๆ อะไรก็ต้องนิโรธๆ

ไม่ใช่ มันเป็นข้อเท็จจริง มันเป็นธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า อาสวักขยญาณทำลายอวิชชา พญามารตายดิ้นพราดๆๆ มารมันคร่ำครวญไปฟ้องลูกสาวมันน่ะ ไอ้โลภ โกรธ หลงนั่นน่ะ เจ้าชายสิทธัตถะจะพ้นมันไปอยู่แล้ว

นั่นน่ะเวลามารมันตาย มันดิ้นพราดๆๆ มารมันกระอักเลือดนั่นน่ะ แล้วมันยังตามจองล้างจองผลาญ เอ็งรู้จักไหม เอ็งเคยเห็นไหม แล้วมันเป็นอย่างไร

ก็ไม่มีข้าวไม่มีปลา มีอยู่ทั่วไปไม่ต้องแสวงหา มันเป็นของสาธารณะ มันเป็นของร้านอาหารที่เขารอคนเข้าไปเสียตังค์ เวลาขายไม่ได้เขาก็ไปทิ้ง เพราะมันบูดมันเน่า

แต่ศีล สมาธิ ปัญญา ไม่เคยบูดไม่เคยเน่า ๒,๐๐๐ กว่าปีตั้งแต่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้ธรรม หลวงตาพระมหาบัวท่านสิ้นกิเลส ท่านกราบองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า กราบแล้วกราบเล่า

,๐๐๐ กว่าปี ๕,๐๐๐ ปีนะ พระศรีอริยเมตไตรยจะมาตรัสรู้ในอนาคตกาลก็เรื่องอริยสัจนี้ ธรรมะสดๆ ร้อนๆ มันอยู่ที่คนมีบุญมีวาสนาหรือไม่ที่จะฝึกหัดศึกษาค้นคว้าขึ้นมาให้เป็นข้อเท็จจริงในใจของตน ไม่ใช่เป็นจินตนาการแบบที่เราเป็นกันอยู่นี่ไง

จินตนาการๆ ได้กันทั้งนั้น เพราะคนเกิดมามีกายกับใจ ใจตันี้วร้ายกาจนัก ใจตัวนี้มันสร้างภาพได้ทั้งนั้นน่ะ มันสร้างมันจินตนาการได้ เขียนวรรณกรรมจนได้รางวัลโนเบลเลยแหละ แต่มันก็เวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะ

ไอน์สไตน์มันบอกเลย ถ้ามันเลือกได้มันจะนับถือพระพุทธศาสนา ทั้งๆ ที่มันคิดทฤษฎีสัมพัทธได้นะ แต่มันคิดเรื่องใจมันไม่ได้แล้วกันแหละ เพราะมันไม่รู้จริงๆ ถ้ามันรู้จริงมันจะเงียบเลย มันจะไม่พูดกระวนกระวายว่า ถ้าเลือกได้จะเลือกนับถือพระพุทธศาสนา ถ้ามันเลือกได้ไง แต่นี่มันเลือกไม่ได้เพราะมันเชื่อพระเจ้าของมันอยู่นั่นไง

กินข้าวกินปลา มีอยู่โดยทั่วไปในพระพุทธศาสนา

วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เรามาบวชเป็นพระ เป็นพระปฏิบัติ

งานวิจัยเขาวิจัยด้วยทีมงานของเขา ด้วยวิชาชีพของเขา เราทำวิจัย เราจะประพฤติปฏิบัติธรรม แล้วถ้ามันได้ขึ้นมาในหัวใจของตน มันมหัศจรรย์ในใจดวงไง

วันสำคัญในพระพุทธศาสนามันสำคัญเพราะว่ามันมีครูบาอาจารย์ไง มันมีองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มันมีพระอรหันต์ ๑,๒๕๐ องค์ กึ่งกลางพระพุทธศาสนามันมีหลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่น มีครูบาอาจารย์ที่ท่านประพฤติปฏิบัติของเรา

หลวงปู่มั่น หลวงตาเล่าให้ฟังว่า เทวดา อินทร์ พรหมมาฟังเทศน์ท่าน ทุกคนมาหาท่าน มันมหัศจรรย์ไง เพราะมันต้องเป็นคนมีบุญหนักศักดิ์ใหญ่สิ มันถึงจะมีอำนาจวาสนาทำให้หัวใจของตนเป็นธรรมขึ้นมาได้ไง เพราะคนที่มีอำนาจวาสนามีบุญหนักศักดิ์ใหญ่ขนาดนั้นไง สิ่งที่ผลของวัฏฏะ จิตในวัฏฏะนี้ถึงมาพึ่งพาอาศัยท่านไง แล้วอาศัยด้วยความเป็นธรรมไง

ไอ้พวกเราพวกมนุษย์ มีสติมีปัญญา กูเก่งที่สุด

มนุษย์นี้สอนยากที่สุด มันกะล่อน เทวดา อินทร์ พรหมซื่อสัตย์สุจริต มนุษย์นี่ทิฏฐิมานะจดฟ้า แต่ทำมีคุณธรรมนะ อ่อนน้อมถ่อมตน แต่ในหัวใจนั้นว่างเปล่า

เราเกิดเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนา สุวรรณภูมิ แผ่นดินทอง อุดมสมบูรณ์ ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว ในหัวใจของเราฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมา สมถกรรมฐาน หาพื้นฐาน ข้าว มีข้าวกิน ก็กินข้าวเปล่าๆ กินข้าวเปล่าๆ มันก็ได้ครึ่งหนึ่งไง

แต่ถ้าวิปัสสนา สมถกรรมฐานคือมีข้าว วิปัสสนาคือมีปลา ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว นี้เป็นแผ่นดินธรรมในสุวรรณภูมิ

แต่ภวาสวะ ภพ ชีวิต สิทธิความเป็นมนุษย์ สิทธิของชีวะ สิ่งมีชีวิต คือพุทธะ คือหัวใจของตน วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมาให้มันสมบูรณ์แบบ

ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว มีสมถกรรมฐาน วิปัสสนากรรมฐาน มีมรรค ๘ ทุกข์ เหตุให้เกิดทุกข์ ทุกข์ดับ วิธีการดับทุกข์ด้วยมรรค ๘ สัจธรรมความจริงอันนั้นถ้ามันเกิดขึ้นมา มันเป็นสมบัติของใจดวงนั้นด้วยจิตตภาวนา

สงบสุขนั้นน่ะ สัมมาสมาธิคือตัวจิต จิตที่มันสงบสุขแล้วมันยกขึ้นสู่วิปัสสนา ฝึกหัดสำรอกคายกิเลสในหัวใจของตน ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว ในภวาสวะนั้น ในภพนั้นจะสะอาดผ่องแผ้วดีงามขึ้นมาด้วยคุณสมบัติโดยการฝึกหัดปฏิบัติให้เป็นสัจจะเป็นความจริงกับใจดวงนั้น เอวัง